การเรียนรู้ครั้งที่ 12
นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983
สรุป
Diana Baumrind Diana
Baumrind’s Parenting Styles
การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร
ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม
และ 2) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม
โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วนสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้นเร็วหรือช้า
โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู
ถือได้ว่าเป็นปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์
Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ
บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ 1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา
(Controlling / Demand) และ 2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive)
เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าว
และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative
Parenting Style)
2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian
Parenting Style)
3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive
Parenting Style)
ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้
ศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind และได้จำแนกรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู
แบบที่ 4 เพิ่ม คือ
4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved
Parenting Style)
จากผลสรุปในงานวิจัยพบว่า
รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ
ที่สามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม
มีความสามารถในการกำกับตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการ ทางอารมณ์ที่ดีได้นั้น ก็คือ
รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่
เนื่องจากเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ผสมผสานระหว่างมิติการตอบสนองความรู้สึกของเด็ก
และมิติการควบคุมพฤติกรรมของเด็กได้อย่างดี ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 3
แบบที่เหลือ ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบตามใจ และแบบทอดทิ้ง
ล้วนเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็ก
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
แต่เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุมก็ยังมีลักษณะทางบวกได้อยู่ คือ มีการควบคุมตนเองสูง
มีวินัยสูง และมีความซื่อสัตย์สูง