วันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

 การเรียนรู้ครั้งที่ 14 

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983



อาจารย์ให้จับกลุ่มหาข้อมูลตามที่อาจารย์บอกเเบ่งกันหาของเเต่ละคนในเรื่องพัฒนาการของเด็กปฐมวัย ได้ความรู้เกี่ยวกับพัฒนาของเด็กปฐมวัยในด้านต่างๆ มีทั้งด้านสังคม ร่างกาย อารมณ์เเละสติปัญญา ตามทฤษฎีของเพียเจย์ อีริคสัน กีเซลเเละโคลเบิกซิคมันฟรอย






วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2565

 การเรียนรู้ครั้งที่ 16

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983

    วันนี้อาจารย์ได้คุยเกี่ยวกับเรื่องการสอบว่าจะออกอะไรบ้างและควรอ่านอย่างไร อาจารย์ฝากเรื่องการทำ Blog ให้ทำให้ครบให้เรียบร้อยให้พร้อมกับการตรวจ ทำให้เป็นปัจจุบันและมีการทบทวนเนื้อหาก่อนสอบ


การเรียนรู้ครั้งที่ 15

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983



วันนี้อาจารย์ให้เขียนเรื่องที่เราเคยเรียนมาทั้งหมดกับอาจารย์ ว่าเราชอบหรือไม่ชอบอะไรเเละควรปรังปรุงอย่างไรเเละวันนี้อาจารย์ได้บอกเกี่ยวกับเเนวข้อสอบที่กำลังจะสอบ ระหว่างคาบอาจารย์ให้คิดเพลงกล่อมเด็กเเละร้องให้เพื่อนๆฟังทีละคน ท้ายคาบก็มีกิจกรรมให้จับคู่กับเพื่อนทำกิจกรรมกับเด็กกลุ่มดิแันจึงทำกิจกกรมที่มีชื่อว่า ณ.ห้องครัวเเละยังให้ออกมาเเสดงสถานการณืหน้้าห้องเพื่อเป็นตัวอย่างให้เพื่อนๆดูด้วย




 การเรียนรู้ครั้งที่ 13

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983


วันนี้จับกลุ่มทำงานหัวข้อเด็กในศตวรรษที่ 21 ว่าเป็นอย่างไร
พวกเราเเบ่งออกตามหัวข้อเเละเขียนทำลงในกระดาษเเบ่งออกได้ดังนี้

3
R (Hard Skills) ได้แก่
 1.Reading : อ่านออก
2.(W)Riting : เขียนได้
 3.(A)Rithmetic : ทักษะในการคำนวณ
8C (Soft skills) ได้แก่
1.Critical thinking and problem solving : ทักษะการคิดวิเคราะห์ อย่างมีวิจารณญาณและสามารถแก้ปัญหาได้
2.Creativity and innovation : ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์และการคิดเชิงนวัตกรรม
3.Cross-cultural understanding : ความเข้าใจในความแตกต่างและกระบวนการคิดของแต่ละวัฒนธรรม
4.Collaboration teamwork and leadership : ความสามารถในการร่วมมือกันทำงานเป็นทีม และมีภาวะความเป็นผู้นำ
5.Communication information and media literacy : ทักษะในการสื่อสารข้อมูล และการรู้เท่าทันสื่อ
6.Computing and IT literacy : ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และความเข้าใจในเทคโนโลยี







 การเรียนรู้ครั้งที่ 12

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983

สรุป

Diana Baumrind Diana Baumrind’s Parenting Styles

 การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม และ 2) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วนสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้นเร็วหรือช้า โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู ถือได้ว่าเป็นปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์

 Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ  1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา (Controlling / Demand) และ 2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive) เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

 1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ (Authoritative Parenting Style)

 2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม (Authoritarian Parenting Style)

 3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style)

 ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ ศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind และได้จำแนกรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบที่ 4 เพิ่ม คือ

 4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved Parenting Style)

จากผลสรุปในงานวิจัยพบว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการ ทางอารมณ์ที่ดีได้นั้น ก็คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ เนื่องจากเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ผสมผสานระหว่างมิติการตอบสนองความรู้สึกของเด็ก และมิติการควบคุมพฤติกรรมของเด็กได้อย่างดี ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 3 แบบที่เหลือ ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบตามใจ และแบบทอดทิ้ง ล้วนเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็ก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุมก็ยังมีลักษณะทางบวกได้อยู่ คือ มีการควบคุมตนเองสูง มีวินัยสูง และมีความซื่อสัตย์สูง

 


วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2565

 การเรียนรู้ครั้งที่ 11

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983




เลือกของเล่นจากขวดน้ำมา 1 อย่างก็คือ ตุ๊กตาหุ่นเชิดจากขวดน้ำ

ตัดขวดแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนหัวส่วนท้ายเอาหลอดมาตัดให้เป็นขา 4 หลอด นำฝาขวดมาติดที่ส่วนหลอดให้เป็นเท้า นำขาที่ตัดไว้มาติดกับขวดที่ตัดไว้ในตอนแรก เมื่อได้ส่วนของลำตัวเเล้วให้นำกระดาษสีมาติดให้มีสีสันเเละนำหลอดมาทำเป็นคอเเละเชือมกันระหัวเเละลำตัว และนำเชือกมาติดกับตะเกียบให้เป็นที่เชิด


 การเรียนรู้ครั้งที่ 10 

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983


การออกเเบบของเล่นจากขวดน้ำ 3 กิจกรรม (กลุ่มพระอาทิตย์)

1.        1.  พายุทอร์นาโด (สำหรับเด็กอายุ 1 ปี)

พัฒนาการ

การฝึกสานสัมพันธ์ระหว่างมือและตา เป็นการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้พร้อมต่อการหยิบจับ

วัตถุประสงค์

เพื่อให้เด็กได้สนุกสนานในการเล่น

- เพื่อให้เด็กมีกล้ามเนื้อมือที่แข็งแรง

อุปกรณ์ในการทำ

- ขวดน้ำ

เทปกาว

น้ำ

- กรรไกร

วิธีการทำ

นำขวดน้ำใส่น้ำทั้ง 2 ขวด และน้ำขวทั้งสองมาประกบกันและน้ำเทปกาวพันรอบๆของฝาทั้ง 2 ฝาให้ติดกิน

วิธีการเล่น

ให้เด็กเขย่าขวดเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อแขน

ประโยชน์ที่ได้รับ

- เด็กได้มีกล้ามเนื้อมัดเล็กที่แข็งแรง


2.กังหันลมจากขวดน้ำ (สำหรับเด็กอายุ 2 ปี)

พัฒนาการ

ใช้อวัยวะของร่างกายได้สัมพันธ์กันและได้กระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5

วัตถุประสงค์

เพื่อให้เด็กได้สังเกตการพัดของลม

- เพื่อให้เด็กสามารถบอกรูปร่างในการพัดของลมและสีของกังหันเวลาลมพัด

อุปกรณ์ในการทำ

- ขวดน้ำ

ไม้แขวนเสื้อ

ฝาขวดน้ำ

- กรรไกร

- เทปหลากสี

วิธีการทำ

ใช้กรรไกรตัดแบ่งครึ่งขวดและใช้กรรไกรตัดขวดให้เป็นแฉก นำเทปหลากสีมาแปะตามแฉกที่ตัดไว้ นำไม้แขวนเสื้อมาดัดและจิ้มให้ทะลุฝาและน้ำฝาขวดมาใส่

วิธีการเล่น

เป่าลมให้กังหันหมุน ได้ใช้สัมผัสทั้ง 5 มาเล่นโดยการใช้ปากเป่าให้กังหันหมุน

ประโยชน์ที่ได้รับ

- เสริมสร้างพัฒนาการทางด้านอารมณ์ และเสริมสร้างความเข้าใจในหลักกลศาสตร์


3.ตุ๊กตาหุ่นเชิด (สำหรับเด็กอายุ 3 ปี)

พัฒนาการ

ฝึกการทำงานสัมพันธ์กันระหว่างมือและตา รวมทั้งฝึกให้เด็กรู้จักการคาดคะเนหรือการกะระยะทางของสิ่งของที่อยู่รอบตัว เช่น การมองวัตถุเคลื่อนที่

วัตถุประสงค์

เพื่อให้เด็กได้เล่นเพลิดเพลิน

- เพื่อให้เด็กเสริมสร้างจิตนาการ

อุปกรณ์ในการทำ

- ขวดน้ำ

เชือก

ฝาขวดน้ำ

- หลอด

- กาว

- ตะเกียบ

- กระดาษสี

วิธีการทำ

ตัดขวดแบ่งออกเป็นสองส่วนคือส่วนหัวส่วนท้ายเอาหลอดมาตัดให้เป็นขา 4 หลอด นำฝาขวดมาติดที่ส่วนหลอดให้เป็นเท้า นำขาที่ตัดไว้มาติดกับขวดที่ตัดไว้ในตอนแรก เมื่อได้ส่วนของลำดับแล้วสให้นำกระดาษสีมาติดให้มีสีสัน และนำเชือกมาติดกับตะเกียบให้เป็นที่เชิด

วิธีการเล่น

เล่านิทานเพื่อเสริมสร้างจิตนาการให้เด็กใช้หุ่นเชิดเป็นตัวละครในการเล่านิทาน

ประโยชน์ที่ได้รับ

- ให้เด็กเสริมสร้างจินตนาการและได้สัมพันธ์ระหว่างมือและตา

 

 

 

 





 การเรียนรู้ครั้งที่ 9 

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983


การเเยกเเผนผังความคิด เรื่อง การออกเเบบกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น

แรกเกิด – 1 ปี

พัฒนาการ

- เริ่มควบคุมการทำงานของร่างกายได้

- หัดเดิน

หัดยืน

หัดคว้ำตัว

กิจกรรม

- อ่านหนังสือนิทานให้ฟัง

-  เสริมสร้างจินตนาการ

- เกิดการพัฒนาสมอง

 

1 ปี – 2 ปี

พัฒนาการ

- มีการเคลื่อนไหวร่างกายได้

- มีความอยากรู้อยากเห็น

- เอาแต่ใจเพราะอยากโดนตามใจ

กิจกรรม

- เต้นตามจังหวะเพลง

- เลียนแบบท่าทางและเสียงของสัตว์

 

 2 ปี – 3 ปี

พัฒนาการ

- กล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่แข็งแรงขึ้น

- เริ่มซุกซนมากขึ้น

- ชอบจินตนาการ

- ช่างพูดช่างเจรจา

กิจกรรม

- ปั้นดินน้ำมันเสริมได้ทั้ง 2 ทักษะ (ทักษะด้านกายภาพและด้านอารมณ์)

- เป็นการพัฒนากล้ามเนื้อ

- พัฒนาการทั้งมัดเล็กและมัดใหญ่




การเรียนรู้ครั้งที่ 8 

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983


การออกเเบบกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย

ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ปี

พัฒนาการเด็กอายุ 1 ปี

จะควบคุมการทำงานของร่างกายได้มากขึ้นและเป็นช่วงวัยหัดเพดิน สามารถยืนและเดินได้

กิจกรรมเด็กอายุ 1 ปี

- การอ่านนิทานให้ฟังเปรียบเสทอนการแต่งแต้มผ้าสีขาว เพราะวัยนี้จะเป็นวัยที่มีพัฒนาการเรียนรู้ที่เร็วและมีทักษะต่างๆ

 

พัฒนาการเด็กอายุ 2 ปี

เด็กวัยนี้สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ทุกส่วน มีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น เด็กวัยนี้กำลังซุกซนห้ามปล่อยไว้ตามลำพังเด็ดขาด

กิจกรรมเด็กอายุ 2 ปี

- กิจกรรมเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลงทั้งเพลงช้าและเพลงเร็ว และเพลงอาจจะเป็นเพลงที่มีเนื้อหาฟังง่ายและง่ายต่อการร้องตาม

 

พัฒนาการของเด็กอายุ 3 ปี

วัยนี้จะเป็นวัยที่กล้ามเนื้อมัดเล็กและกล้ามเนื้อมัดใหญ่แข็งแรงดี ร่างกายจะมีพลังงานมากๆจะซุกซนเป็นพิเศษ ชอบปีนป่าย และข่อนข้างที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ในส่วนใหญ่

กิจกรรมเด็กอายุ 3 ปี

- กิจกรรมการปั้นดินน้ำมัน เป็นการเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็กและมัดใหญ่ให้แข็งแรงขึ้น และเด็กจะเกิดความจินตนาการในการปั้นสิ่งต่างๆ เช่น การปั้นรูปสัตว์ต่างๆ , ผลไม้ต่างๆ



การเรียนรู้ครั้งที่  7

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983





วันนี้ทำชิ้นงานเเละอัดคลิปเรื่อง " พัฒนาการของเด็กปฐมวัย "


พัฒนาการของเด็ก จะแบ่งออกเป็น 4 ด้าน

1. พัฒนาการด้านร่างกาย

2. พัฒนาการด้านสติปัญญา

3. พัฒนาการด้านอารมณ์

4. พัฒนาการด้านสังคม

 

พัฒนาการด้านร่างกาย

ในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านร่างกายนั้น ครอบครัว มีบทบาทสำคัญมากที่สุด พ่อแม่ควรให้ความเอาใจใส่ และให้เวลาในการดูแลรายละเอียดในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาหารการกิน ที่ควรเลือกแต่สิ่งที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

พัฒนาการด้านอารมณ์

ในการส่งเสริมพัฒนการทางด้านอารมณ์นั้น สิ่งสำคัญก็คือ พ่อแม่และบุคคลที่ใกล้ชิดต้องทำความเข้าใจว่า ในวัยเด็กนั้นความมั่นคงทางอารมณ์ยังค่อนข้างน้อย ดังนั้นพ่อแม่จึงจะเห็นว่าพฤติกรรมของลูกจะมีทั้งอารมณ์ดี สลับกับอารมณ์ไม่ดีอยู่เกือบจะตลอดเวลา ในการฝึกอบรมลูกนั้น พ่อแม่จึงต้องสอนด้วยความเข้าใจและเป็นแบบอย่างที่ดี

พัฒนาการด้านสังคม

ในการส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมนั้น เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พ่อแม่ต้องเตรียมความพร้อมให้กับลูก เพราะเมื่อลูกเข้าสู่วัยเรียน การปรับตัวให้เข้ากับสังคม และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ถือเป็นสิ่งสำคัญ ลูกจำเป็นต้องเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตามกฎกติกา รู้จักแบ่งปัน และรู้จักอดทนรอคอยให้ได้ สิ่งที่พ่อแม่จะช่วยเตรียมความพร้อมให้ลูกได้ก็คือ การส่งเสริมให้ลูกเล่นหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกับผู้อื่น

พัฒนาการด้านสติปัญญา

ในการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญานั้น พ่อแม่จะต้องสร้างทักษะกระบวนการคิดที่ดีให้กับลูกเพื่อเป็นพื้นฐานทางการเรียนรู้เสียก่อน เพราะในช่วงวัยเด็ก ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ ลูกจะชอบตั้งถาม มีความคิดเป็น

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565

  การเรียนรู้ครั้งที่ 6 (16/8/2565)

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983

วันนี้ได้งานเพิ่มขึ้นเเต่อาจจะไม่เสร็จในวันนี้เพราะกำลังตัดสินใจอยู่ ว่าจะทำเป็นสไลด์หรือวิดิโอ เนื้อหาครบถ้วนมีเหลือตกเเต่งอีกเล็กน้อยเเต่คาดว่าจะเสร็จเร็วนี้ เเละจะเรียบเรียงทุกอย่างให้เข้าโดยสมบูรณ์



วันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2565

 การเรียนรู้ครั้งที่ 5 (9/8/2565)

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983



    วันนี้เรียนเรื่องต่างๆของเด็กปฐมวัย เช่น พัฒนาการของเด็กปฐมวัย,วิธีการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย,หลักการอบรมเลี้ยงดู เเละอีกต่างๆมากมาย เเต่ละหัวข้อที่อาจารย์ให้ทำในวันนี้ จะมีความหมายที่เเตกต่างกันออกไป เช่น หลักการอบรมเลี้ยงดูก็จะมีความหมายในเชิงที่ว่า เด็กวัยนี้จะมีพัฒนาการรวดเร็วอยู่ในวัยอยากรู้อยากเห็น สื่อได้ว่าเด็กในวัยนี้จะชอบเลียนเเบบคนที่พวกเขาอยู่ด้วยอาทิเช่น พ่อเเละเเม่ หรือบุคคลรอบข้าง เขาจะเลียนเเบบพฤติกรรมท่าทางเหล่านั้นจำว่าทำยังไงเเละจะทำตาม

    วันนี้มีงานกลุ่มที่จะต้องทำกลุ่มหนูได้หัวข้อเรื่อง พัฒนาการของเด็กปฐมวัย กลุ่มหนูคุยกันว่าพัฒนาการของเด็กปฐมวัยมีหลายด้าน เช่น ด้านร่างกาย,ด้านสติปัญญา,ด้านอารมณ์ เเละ ด้านสังคม กลุ่มหนูมี 4 คน จึงเเบ่งกันคนละหัวข้อ เเละจะนำทุกหัวข้อมาสรุปตอนท้ายค่ะ


วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2565

สรุป

(2/8/65)

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983

การอบรมเลี้ยงดู

                การเติบโตของเเต่ละคนจะเเตกต่างกันไปตามสภาพเเวดล้อมเเละความเป็นอยู่ เเต่ละคนจะมีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน เมื่อนึกถึงในวัยเด็กของพวกเรา ต้องนึกถึงการที่พ่อเเม่มอบความรักความเอาใจใส่ให้พวกเราอบรมสั่งสอนให้เรากลายเป็นคนที่ดีขึ้น การเลี้ยงดูของพ่อเเม่เเต่ละคนจะเเตกต่างกัน เช่น เเม่ของฉันใช้เหตุผลในการเลี้ยงดูมากกว่าการใช้อารมณ์,รับฟังเหตุผลเราก่อนทุกครั้งเสมอ เเละ ใจเย็นกับฉันในทุกๆเรื่อง 

            การอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยนั้น มีจุดมุ่งหมายสูงสุด คือ ต้องการเห็นเด็กเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีอนาคตมีความสุขและความสำเร็จในชีวิต เราต้องปลูกฝั่งเขาตั้งเเต่ยังเด็กๆ อย่างที่ผู้ใหญ่เคยบอกไว้ว่า ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้เเข็งดัดยาก ถ้าเราไปปลูกฝั่งเค้าทีเดียวในตอนที่เขาโตจะสอนยากกว่าตอนที่เขาเป็นเด็ก เด็กก็เหมือนผ้าสีขาวที่คอยให้เราเเต่งเเต้มลงไปในผ้าผืนนั้น เด็กจะเป็นวัยที่จดจำอะไรง่ายเเละชอบเลียนเเบบ เพราะฉนั้นเราต้องสอนเเต่สิ่งดีๆให้เขาอะไรที่ไม่ดีก็ควรสอนเขาว่ามันไม่ดียังไงเเละให้โทษเเละผลที่ตามมายังไง

            วัยนี้ความสัมพันธภาพภายในครอบครัวถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัยมากๆ ความผูกพันหรือความเกี่ยวพัน ที่จะทำให้บุคคลผู้ใกล้ชิดมีความรู้สึกปลอดภัย และมั่นคงสัมพันธภาพภายในครอบครัว ก็คือความผูกพันของสมาชิกในครอบครัวคือ ''พ่อเเละเเม่'' เด็กจะเติบโตมาอย่างมีคุณภาพได้ขึ้นอยู่กับสภาพเเวดล้อมที่อยู่,การเลี้ยงดูที่เอาใจใส่ที่พ่อเเม่มีให้เเละความรักที่พ่อเเม่มอบให้

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่ 4 (26/7/2565)

นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983




        วันนี้อาจารย์ให้ทำสื่อการสอนสำหรับเด็กปฐมวัย คือ การวาดรูประบายสีจากกระดาษที่อาจารย์มีให้ สื่อใบนี้จะเป็นรูปอะไรก็เเล้วเเต่เราชอบ สื่อนี้สามารถเล่นได้โดยการสอดนิ้วเข้าไปที่ข้างหลังกระดาษก็จะทำให้กระดาษขยับหรืออ้าปากได้ หลังจากนั้นอาจารย์จะให้เราครีเอทเอาเองว่าเราจะทำรูปอะไร ฉันจึงวาดรูปเเมวเพราะคิดว่าเด็กๆน่าจะชอบ ถ้าฉันเป็นครูสื่อนี้ฉันจะสอนเด็กๆให้ทำเพื่อเสริมสร้างจินตนาการของเด็กปฐมวัยเเละสื่อนี้ยังทำอะไรได้อีกมากมาย เช่น การใช้สื่อนี้ในการเล่านิทานเพื่อทำให้เด็กเห็นภาพเเละสร้างจินตนาการสำหรับเด็กปฐมวัยได้อีกด้วยเเละยังสามารถใช้สื่อนี้ในการเลียนเเบบเสียงสัตว์ให้เด็กๆได้รู้เสียงสัตว์ตัวเหล่านั้นด้วยว่าเสียงสัตว์เเต่ละตัวมีเสียงอย่างไร



วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565


การเรียนรู้ครั้งที่ 3 (19/7/65)
นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10.




            วันนี้อาจารย์สอนเรื่องการร้องเพลงกล่อมเด็กว่าตอนเด็กๆเเม่เราใช้เพลงอะไรกล่อมเราเเล้วเพลงที่เเม่กล่อมเรามีความหมายว่าอะไรเเละสื่อถึงอะไรในวัยของเราส่วนตัวของฉันจำได้ว่าเเม่เคยร้องเพลงนกกาเหว่ากล่อมฉันในตอนที่ฉันเป็นเด็กเพลงนี้สื่อถึงความรักของคนที่เลี้ยงดูเรามาหาข้าวหาน้ำมาเลี้ยงดุเราให้เราเติบโตเป็นคนที่ดี เเละอาจารย์ให้เลือกเพลงกล่อมเด็กที่เราชอบที่สุดจะเป็นเพลงอะไรก็ได้ฉันได้เลือกเพลง twinkle twinkle little star เพราะเพลงนี้เป็นเพลงที่มีเนื้อหาเเละทำนองไพเราะเเละง่ายต่อการฟังเเละการรับรู้ของเด็ก เพลงนี้จะสื่อถึงดวงดาวสื่อถึงเพชรที่มีเเสงสว่างในตัวเองเเละมีเเสงระยิบระยับ

วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

          วันนี้ได้เรียนเรื่องการอบรมเลี้ยงดูเราโดยพ่อเเม่ว่าพวกท่านเลี้ยงดูเรามายังไงเเละมีผลกระทบอะไรต่อเราในปัจจุบันเเละที่ท่านสอนพวกเราเลี้ยงดูพวกเราเรากลายเป็นคนที่มีนิสัยเเบบไหนเเละเราควรนำการเลี้ยงดูเเบบไหนเพื่อไปอบรมสั่งสอนเด็กปฐมวัยให้พวกเด็กๆโตมาเป็นคนที่มีคุณภาพเเละมีประโยชน์ต่อพวกเด็กๆให้มากที่สุด

นางสาวณัฐฐาพร  อุตรา เลขที่ 10









 การเรียนรู้ครั้งที่ 14  นางสาวณัฐฐาพร อุตรา เลขที่ 10 รหัส 6511217983 อาจารย์ให้จับกลุ่มหาข้อมูลตามที่อาจารย์บอกเเบ่งกันหาของเเต่ละคนในเรื่...